โรคลัมปีสกิน

โรคลัมปีสกิน

หลายคนคงได้ยินชื่อโรคนี้กันอย่างหนาหูในช่วงที่ผ่านมา



โรคลัมปีสกิน นี้เป็นโรคที่เพิ่งมีการระบาดในประเทศไทยซึ่งไม่เคยมีมาก่อน หรือจัดเป็น “โรคอุบัติใหม่” นั่นเอง



รอยโรคนั้นจะมีลักษณะเป็นตุ่มตามผิวหนัง และลอกหลุดในเวลาถัดมา



ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ปริมาณน้ำนม คุณภาพน้ำนม และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา ควบคุม กำจัดโรค



โรคลัมปี สกิน จัดเป็นโรคระบาดในโค – กระบือ ตาม พรบ.โรคระบาดสัตว์ 2558 ซึ่งมีการอุบัติใหม่ในประเทศไทย ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564



นั่นก็หมายความว่า…



1.เมื่อพบเจอ หรือสงสัยโรค ควรรายงานให้กรมปศุสัตว์ทราบโดยเร็วที่สุด

  1. ห้ามเคลื่อนย้าย เพื่อลดการระบาด

โรคดังกล่าวเป็นโรคติดเชื้อจากไวรัส ไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรงสำหรับสัตว์ที่ติดเชื้อ ต้องรักษาตามอาการ และป้องกันโดยวัคซีน ซึ่งกรมปศุสัตว์กำลังดำเนินการนำเข้าวัคซีน



ส่วนการรักษาตามอาการนั้น



– ควรให้ยาลดอักเสบและลดไข้ เมื่อสัตว์มีไข้ โดยตัวยาที่แนะนำ คือ flunixin meglumine



– พิจารณาให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาและป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจากแผลหลุมที่ผิวหนังโดยใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น Penicillin-streptomycin



– หากการอักเสบและติดเชื้อมีความรุนแรง โคมักมีไข้ อ่อนเพลีย ล้มนอน และมีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ จนอาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนในระบบทางเดินหายใจในเวลาถัดมา หากพบอาการดังกล่าวแนะนำยาปฏิชีวนะ กลุ่ม Oxytetracycline, Cephalosporin



– ทำแผลที่ผิวหนังโดยใช้ สเปรย์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และโรยผงกันแมลง



แล้วเกษตรกรควรทำอย่างไร?



สำหรับคนที่อยู่ในแหล่งระบาด หรือมีความเสี่ยง

  1. ป้องกันแมลงพาหะ โดยการกางมุ้ง ใช้ไฟไล่แมลง ลดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลง และการใช้ยาฆ่าแมลงที่ปลอดภัยกับคน
  2. ติดตามข่าวสารการกระจายตัวของโรค
  3. ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามมาตรการการใช้วัคซีนของกรมปศุสัตว์ โดยติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/DLDthailand/

สำหรับเกษตรกรที่พบรอยโรคต้องสงสัยหรือได้รับการตรวจยืนยันแล้วว่าเจอโรคลัมปี สกิน

  1. ไม่ต้องตกใจ
  2. แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ในพื้นที่
  3. ทำการรักษา
  4. งดการเคลื่อนย้ายเพื่อป้องกันการกระจายของโรค